คู่มือฉบับไม่ต้องมีพื้นฐาน

ติดตั้งระบบ MFA ทีละขั้นตอน ไม่ต้องรู้ศัพท์เทคนิค

คู่มือนี้เขียนสำหรับคนที่ไม่เคยใช้ Linux, ไม่เคยเข้า ClearPass มาก่อน — ทำตามทีละขั้นตรงๆ ได้เลย ไม่ต้องเข้าใจว่าทำไมต้องทำแบบนั้น ทุกขั้นบอกไว้ชัดเจนว่า "พิมพ์อะไร กดตรงไหน"

📋 ก่อนเริ่ม ขอข้อมูล 6 อย่างนี้จากทีม IT ก่อน (จดใส่กระดาษไว้ข้างๆ จอ)

IP ของ ClearPassเช่น 10.x.x.x
Username / Password เข้า ClearPassadmin / ••••••••
IP ของเครื่องแม่ข่าย MFA (VM)เช่น 10.x.x.x
Username / Password เข้าเครื่องแม่ข่ายroot / ••••••••
IP ของ Aruba Controller + Username/Passwordเช่น 10.x.x.x
รหัสลับ (secret) 2 ชุด สำหรับเชื่อมต่อทีม IT จะสร้างให้ 2 ชุด
1

ตั้งค่าเครื่องแม่ข่าย MFA — ตั้งแต่ศูนย์

🟢 ส่วนใหญ่ทำเองได้ — แค่ copy วาง

เครื่องแม่ข่าย (เรียกว่า "VM") คือคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่ตรวจรหัส OTP จาก Authenticator app คู่มือนี้เริ่มจากเครื่องเปล่าล้วนๆ ที่ยังไม่ได้ลงอะไรเลย (Ubuntu หรือ Debian) — IT แค่ต้องเปิดเครื่องเปล่าให้ 1 เครื่อง แล้วให้ SSH เข้าได้ ที่เหลือคุณทำเองได้จาก command เดียว

🧩
เครื่องแม่ข่าย 1 เครื่องทำ 2 หน้าที่พร้อมกัน: (1) เก็บรหัสลับ TOTP ของแต่ละคน แล้วตรวจ OTP ที่กรอกมาว่าถูกไหม (2) เป็นเว็บเล็กๆ ให้ user สแกน QR ตั้งค่า Authenticator app เอง — ไม่มี Linux account หรือรหัสผ่านจริงของใครเก็บอยู่ในเครื่องนี้เลย
1

เปิดโปรแกรมเชื่อมต่อเครื่องแม่ข่าย

ดาวน์โหลดโปรแกรมชื่อ PuTTY (ฟรี ค้นหาคำว่า "putty download" ใน Google) เปิดขึ้นมา แล้วกรอกตามนี้:

PuTTY Configuration
Host Name (or IP address)IP ของเครื่องแม่ข่าย
Port22
Connection typeSSH
Open
👉กด Open แล้วถ้ามีหน้าต่างเตือนขึ้นมา ให้กด Accept / Yes
👉จะมีให้พิมพ์ login as: — พิมพ์ username ที่ IT ให้มา กด Enter แล้วพิมพ์ password (พิมพ์แล้วจะไม่เห็นตัวอักษรขึ้น เป็นเรื่องปกติ) กด Enter
2

เอาไฟล์ติดตั้งเข้าไปในเครื่อง

🟠 ขั้นนี้ให้ IT ช่วย — ต้องมีสิทธิ์เข้า GitHub repo ส่วนตัว

เครื่องเปล่ายังไม่มีไฟล์สคริปต์อยู่ ต้องโหลดเข้าไปก่อน ทำได้ 2 แบบ เลือกแบบที่สะดวก:

แบบ A — ถ้าเครื่องต่อเน็ตได้และมีสิทธิ์เข้า GitHub repo
git clone https://github.com/sihanart/MFA-ClearPass-GoogleAuth.git
cd MFA-ClearPass-GoogleAuth/scripts

แบบ B — ใช้โปรแกรม WinSCP (ฟรี ค้นหา "winscp download") ลากทั้งโฟลเดอร์ scripts จากเครื่องคุณ ไปวางในเครื่องแม่ข่าย แล้ว cd scripts ตามเข้าไป

3

วางคำสั่งนี้ แล้วกด Enter

อยู่ในโฟลเดอร์ scripts แล้ว ให้ copy บรรทัดนี้ทั้งบรรทัด คลิกขวาในหน้าต่าง PuTTY เพื่อวาง จากนั้นกด Enter:

พิมพ์ในเครื่องแม่ข่าย
sudo ./install-mfa-host.sh

รอบแรกจะช้าหน่อย (ติดตั้งโปรแกรมหลายตัว) — จะเห็นข้อความ [ok] ไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ ทีละขั้น ปล่อยให้รันไปจนสุดท้ายมันจะถามคำถาม พิมพ์ค่าที่ IT ให้มา แล้วกด Enter ทีละอัน:

สิ่งที่จะเห็นบนจอ เรียงตามลำดับ (ท้ายๆ ของการรัน)
ClearPass Policy Manager IP:พิมพ์ IP ของ ClearPass
Proxy secret: ...:พิมพ์รหัสลับชุดที่ 1
Enroll secret: ...:พิมพ์รหัสลับชุดที่ 2
This VM's own IP address:พิมพ์ IP ของเครื่องแม่ข่ายนี้เอง
⚠️
รหัสลับ 2 ชุดไม่เหมือนกัน อย่าใช้ค่าเดียวกันตอบทั้งคู่ ถ้าไม่แน่ใจว่าอันไหนคืออันไหน ให้ถาม IT ก่อน อย่าเดา
4

เช็คว่าสำเร็จ

รอสักครู่ ระบบจะรันเอง สุดท้ายต้องเห็นบรรทัดแบบนี้ (มีคำว่า [ok] สีเขียวๆ ไม่ใช่ [FAIL]):

ผลลัพธ์ที่ต้องเห็น
[ok] freeradius: active
[ok] mfa-enroll : active
[ok] enrollment app responding on :8443
🛑
ถ้าเห็นคำว่า [FAIL] สีแดง — หยุดตรงนี้ อย่าทำต่อ ให้ก็อปข้อความทั้งหมดที่ขึ้นบนจอส่งให้ IT ดู
ทดสอบสดกับเครื่องจริงแล้ว (8 ก.ย. 2026) — รันบนเครื่อง pilot ที่มี demo ทำงานอยู่จริง ทุกขั้นผ่านหมด ไม่กระทบระบบที่ใช้งานอยู่
2

ตั้งค่า ClearPass — สร้างใหม่ทั้งหมด

🟢 ทำเองได้เลย — คลิก + พิมพ์ค่าตามตาราง

คู่มือนี้เขียนสำหรับ ClearPass เครื่องใหม่ที่ยังไม่เคยตั้งค่าอะไรมาก่อน — ทุกขั้นตอนคือ "กด Add แล้วกรอกช่องนี้" ไม่มีของเดิมให้ก็อป ใช้ชื่อในคู่มือนี้เป๊ะๆ (เช่น mfa-step1-login) เพราะช่องอื่นจะอ้างอิงชื่อพวกนี้ต่อ ถ้าอยากเปลี่ยนชื่อเองก็ได้ แต่ต้องเปลี่ยนให้ตรงกันทุกที่ที่ใช้ชื่อนั้น

1

เข้า ClearPass

เปิดเบราว์เซอร์ พิมพ์ IP ของ ClearPass ที่ IT ให้มา (นำหน้าด้วย https://) แล้ว login:

ClearPass Policy Manager — Admin Login (หน้าจอจริง)
ClearPass Policy Manager — Admin Login (หน้าจอจริง)
ClearPass Policy Manager — Admin Login
Username:username ที่ IT ให้มา
Password:password ที่ IT ให้มา
Log In
2

สร้าง Enforcement Policy (ใช้ร่วมกันทั้ง 3 Service ในขั้นถัดไป)

ทางซ้าย คลิก Configuration → Enforcement → Policies → Add แล้วกรอก:

Configuration » Enforcement » Policies » Add (หน้าจอจริง)
Configuration » Enforcement » Policies » Add (หน้าจอจริง)
Enforcement Policies — Add
NameMFA-OTP-Passthrough-Allow
Enforcement TypeRADIUS
Default Profile[Allow Access Profile]

ไม่ต้องเพิ่ม Rule อะไรเพิ่ม ปล่อยแท็บ Rules ว่างไว้ได้เลย แล้วกด Save

3

สร้าง Network Device (บอก ClearPass ว่าเครื่องแม่ข่าย MFA คือใคร)

Configuration → Network → Devices → Add

Configuration » Network » Devices » Add (หน้าจอจริง)
Configuration » Network » Devices » Add (หน้าจอจริง)
Network Devices — Add
Namemfa-enroll-vm (หรือชื่ออื่นที่จำได้)
IP or Subnet AddressIP ของเครื่องแม่ข่าย MFA
RADIUS Shared Secret + Verifyรหัสลับชุดที่ 2 (enroll secret)
Vendor NameAruba
Enable RADIUS Dynamic Authorization✔ ติ๊ก, Port 3799

กด Add เพื่อบันทึก

4

สร้าง Proxy Target (บอก ClearPass ว่าจะส่ง OTP ไปให้ใครตรวจ)

Configuration → Network → Proxy Targets → Add

Configuration » Network » Proxy Targets » Add (หน้าจอจริง)
Configuration » Network » Proxy Targets » Add (หน้าจอจริง)
Proxy Targets — Add
NameFreeRADIUS-MFA-OTP (หรือชื่ออื่นที่จำได้)
HostnameIP ของเครื่องแม่ข่าย MFA (เครื่องเดียวกับข้อ 3)
ProtocolRADIUS
Shared Secret + Verify Shared Secretรหัสลับชุดที่ 1 (proxy secret)
RADIUS Authentication / Accounting Port1812 / 1813 (ค่า default ไม่ต้องแก้)
⚠️
ข้อ 3 กับข้อ 4 ใช้ รหัสลับคนละชุดกัน — ข้อ 3 (Network Device) คือรหัสที่เครื่องแม่ข่ายใช้คุยกลับมาหา ClearPass, ข้อ 4 (Proxy Target) คือรหัสที่ ClearPass ใช้คุยไปหาเครื่องแม่ข่าย ถ้าสลับกันระบบจะเช็ค OTP ไม่ผ่านเลย
5

สร้าง 3 Services

Configuration → Services → Add Service — ทำทั้งหมด 3 รอบตามตารางนี้ ทุก Service ให้ผูก Enforcement Policy (แท็บ Enforcement) เป็น MFA-OTP-Passthrough-Allow ที่สร้างไว้ในข้อ 2 เหมือนกันหมด

Configuration » Services » Add (หน้าจอจริง — ตั้ง Type เป็น RADIUS Enforcement (Generic) แล้ว)
Configuration » Services » Add (หน้าจอจริง — ตั้ง Type เป็น RADIUS Enforcement (Generic) แล้ว)
Service ที่ 1 — เช็ครหัสผ่าน (Step 1)
NameMFA-Step1-Password-LocalUser
TypeRADIUS Enforcement (Generic)
Match ALL — Connection:NAD-IP-AddressEQUALS 127.0.0.1
Match ALL — Radius:Aruba:Aruba-Port-IdEQUALS mfa-step1-login
Authentication Methods[PAP]
Authentication Sources[Local User Repository]
Service ที่ 2 — ส่ง OTP ไปให้เครื่องแม่ข่ายตรวจ (Step 2)
NameMFA-OTP-Verify-via-FreeRADIUS
TypeRADIUS Proxy
Match ANY — Connection:NAD-IP-AddressEQUALS IP ของ Controller
Proxy Targets (แท็บ Proxy Targets)FreeRADIUS-MFA-OTP (จากข้อ 4)
Service ที่ 3 — เช็ครหัสผ่านตอนสมัคร Google Authenticator
NameMFA-Enroll-Password-Check
TypeRADIUS Enforcement (Generic)
Match ANY — Connection:NAD-IP-AddressEQUALS IP ของเครื่องแม่ข่าย MFA
Authentication Methods / Sourcesเหมือน Service ที่ 1
💡
เงื่อนไข "Match ALL / Match ANY" ตั้งอยู่แท็บ Service ของแต่ละอัน (ปุ่ม Add Rule) ส่วนแท็บ Authentication คือที่กรอก Methods กับ Sources
6

เรียงลำดับให้ถูก (สำคัญมาก ห้ามข้าม)

ในหน้า Services ให้ลาก MFA-OTP-Verify-via-FreeRADIUS ขึ้นไปอยู่เหนือ Service อื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับ MFA ให้มากที่สุด (ถ้าเป็นเครื่องใหม่เอี่ยมอาจมีแค่ 3 อันนี้อยู่แล้วก็ข้ามได้) — ทำได้โดยกดปุ่ม Reorder มุมขวาบน แล้วลากบรรทัดขึ้น

⚠️
ถ้าไม่เรียงลำดับ ระบบจะเช็คผิดที่ ผลคือคนใส่ OTP ถูกแล้วยัง login ไม่ผ่าน — ถ้าเกิดปัญหานี้ ให้กลับมาดูขั้นนี้ก่อน
3

หน้า Login 2 หน้า (Web Logins) — สร้างใหม่

🟢 ทำเองได้เลย — คลิก + พิมพ์ค่าตามตาราง

นี่คือหน้าเว็บที่แขก/พนักงานจะเห็นตอนต่อ WiFi ClearPass ยังไม่มีหน้าพวกนี้มาให้ ต้องสร้างใหม่ 2 หน้า — ใช้ชื่อ page name ตามนี้เป๊ะๆ เพราะ Service ที่ 1 ในหน้าที่แล้วอ้างอิงชื่อ mfa-step1-login ไว้แล้ว

1

ไปหน้าสร้าง Web Login

บนแถบเมนู กด Menu → Guest (จะเปิดเว็บ ClearPass Guest อีกหน้าต่างหนึ่ง) แล้วทางซ้าย เลือก Configuration → Pages → Web Logins → Create a new web login page

2

หน้าที่ 1 — เช็ครหัสผ่าน

ClearPass Guest — Web Login (new), Login Method = Policy-initiated (หน้าจอจริง)
ClearPass Guest — Web Login (new), Login Method = Policy-initiated (หน้าจอจริง)
Web Login Editor — หน้าที่ 1
NameMFA-Step1-Password-Login
Page Namemfa-step1-login
Vendor SettingsAruba
Login MethodPolicy-initiated
AuthenticationCredentials — Require a username and password
Pre-Auth CheckRADIUS — check using a RADIUS request
Default URLhttps://[IP ClearPass]/guest/mfa-otp-login.php
Override Destination✔ Force default destination for all clients

กด Save Changes

3

หน้าที่ 2 — เช็ค OTP

ClearPass Guest — Web Login (new), Login Method = Controller-initiated (หน้าจอจริง)
ClearPass Guest — Web Login (new), Login Method = Controller-initiated (หน้าจอจริง)
Web Login Editor — หน้าที่ 2
NameMFA-OTP-Guest-Login
Page Namemfa-otp-login
Vendor SettingsAruba
Login MethodController-initiated
AddressIP ของ Controller
AuthenticationCredentials — Require a username and password
Pre-Auth CheckNone

กด Save Changes

🛑
หน้าที่ 1 ต้องติ๊กช่อง "Force default destination for all clients" ไว้เสมอ (ดูข้อ 2) — ถ้าไม่ติ๊ก คนจะ login วนไม่จบ (เป็นปัญหาที่เจอบ่อยที่สุด) และหน้าที่ 2 ต้องตั้ง Pre-Auth Check เป็น None เท่านั้น ไม่ใช่ RADIUS — ถ้าตั้งผิด OTP ที่ถูกจะโดน reject เพราะถูกใช้ไปแล้วตอนเช็คซ้ำ
4

ตั้งค่า Controller (Aruba)

🟠 ควรให้ IT ทำร่วมด้วยครั้งแรก — คำสั่งยาวและต้องรู้ชื่อของเดิมในเครื่องนั้น

ส่วนนี้ต่างจาก Part 1 ตรงที่ต้องพิมพ์ชื่อ object เดิมของ site นั้นให้ถูกเป๊ะ (ชื่อไม่เหมือนกันทุก site) แนะนำให้ IT เป็นคนกรอกชื่อในคำสั่งให้ก่อน แล้วคุณแค่กด Enter

ทดสอบสดกับ Controller จริงแล้ว (8 ก.ย. 2026) — รันกับ Controller ที่ใช้งานจริง (10.69.11.63) ด้วยชื่อของเดิมของ site และรหัสลับจริง ผลออกมาไม่มี error เลยสักบรรทัด บันทึกค่าเรียบร้อย แล้วเข้าไปเช็คซ้ำจากหน้าจอ Controller ตรงๆ ว่าของเดิมไม่ถูกสร้างซ้ำ
🤔
คำสั่งนี้คือ "โปรแกรมช่วยพิมพ์" ไม่ใช่ของปลอม — ปกติการตั้งค่า Controller ต้องพิมพ์คำสั่งทีละบรรทัดเองในหน้าจอ CLI (คล้าย Part 1) แต่ Controller มีคำสั่งเยอะและซับซ้อนกว่า ทีมงานเลยเขียนโปรแกรมให้ "พิมพ์แทน" — ตัวโปรแกรมจะเชื่อมต่อไปหา Controller ตัวจริงเอง แล้วพิมพ์คำสั่งทุกบรรทัดให้อัตโนมัติ เหมือนมีคนพิมพ์ให้ ไม่ใช่การจำลอง (simulate) หรือทดสอบเฉยๆ
1

คำสั่งแม่แบบ (ให้ IT เติมคำในกล่องสีฟ้าให้ก่อน)

รันจากคอมพิวเตอร์ที่ต่อกับเครือข่ายเดียวกับ Controller
python3 provision-controller.py \
  --controller-host IP_CONTROLLER --controller-pass 'PASSWORD_CONTROLLER' \
  --clearpass-ip IP_CLEARPASS --clearpass-secret 'รหัสลับที่ผูกกับ_Network_Device' \
  --enroll-vm-ip IP_เครื่องแม่ข่าย \
  --pre-auth-role ชื่อ_role_เดิมของ_SSID --cp-profile-name ชื่อ_captive_portal_profile_เดิม \
  --walled-garden-name ชื่อเดิม --radius-server-name ชื่อเดิม --server-group-name ชื่อเดิม
👉ตัวหนังสือสีฟ้าทั้งหมดคือช่องที่ต้องเปลี่ยน — ถ้า IT เติมมาให้แล้ว ก็แค่วางทั้งบล็อกแล้วกด Enter
2

ระหว่างรอ จะเห็นตัวหนังสือวิ่งขึ้นจอเยอะมาก — นั่นแหละคือหลักฐานว่า "ทำจริง"

หน้าจอจะมีข้อความประมาณนี้วิ่งผ่านไปเรื่อยๆ (อ่านไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องพิมพ์อะไรเพิ่ม):

ตัวอย่างข้อความที่จะเห็น (ปกติ ไม่ใช่ error)
(host) [mynode] #netdestination "mfa-walled-garden"
(host) [mynode] (netdestination "mfa-walled-garden") #host 10.x.x.x
(host) [mynode] #aaa authentication-server radius "cppm-otp"
...
💡ข้อความพวกนี้มาจาก Controller ตัวจริง ส่งกลับมาบอกว่า "รับคำสั่งแล้ว" ทีละบรรทัด — ถ้าเป็นของปลอมหรือรันไม่ติดจริง จะไม่มีข้อความแบบนี้ขึ้นเลย มีแต่ error ตั้งแต่ต้น
3

เช็คผลลัพธ์ท้ายสุด

รอสักครู่ ต้องเห็นบรรทัดสุดท้ายแบบนี้:

ผลลัพธ์ที่ต้องเห็น
== Verify step: PASSED ==

คำว่า PASSED นี้ไม่ใช่แค่โปรแกรมบอกว่า "รันเสร็จแล้ว" — ขั้นตอนสุดท้ายของโปรแกรมคือสั่งให้ Controller ตัวจริงลองยิง login ทดสอบไปที่ ClearPass ตัวจริงจริงๆ ถ้าตอบกลับมาว่า "Authentication Successful" โปรแกรมถึงจะพิมพ์ PASSED ให้ — เท่ากับ Controller คุยกับ ClearPass ได้จริงแล้ว ไม่ใช่แค่พิมพ์คำสั่งผ่านเฉยๆ

🛑
ถ้าไม่เห็นคำว่า PASSED — อย่าลองซ้ำเอง ส่งข้อความทั้งหมดให้ IT ดูก่อน (การรันซ้ำโดยใช้ชื่อผิดอาจสร้างของซ้ำซ้อนในระบบ)
4

อยากเห็นด้วยตาตัวเอง? เข้า Controller ไปดูได้เลย (ไม่บังคับ)

ถ้าอยากชัวร์กว่านั้น เปิดเบราว์เซอร์เข้า Controller ตรงๆ (พิมพ์ IP ของ Controller) login ด้วย username/password ที่ IT ให้มา แล้วไปดู:

สิ่งที่ต้องเห็น (ยืนยันว่าคำสั่งสร้างของจริง)
Configuration → Authentication → Auth Serversต้องเห็นชื่อ RADIUS server ตัวใหม่ (ชื่อเดียวกับ --radius-server-name)
Configuration → Roles & Policiesrole ของ SSID ต้องมี session ACL ตัวใหม่ (ชื่อเดียวกับ --walled-garden-name) ติดอยู่

ถ้าเห็นของ 2 อย่างนี้จริง แปลว่าโปรแกรมตั้งค่า Controller จริงสำเร็จแน่นอน 100%

5

ทดสอบให้ชัวร์ก่อนปล่อยใช้จริง

🟢 ทำเองได้เลย

ห้ามข้ามขั้นนี้ — ทดสอบด้วยมือถือจริงก่อนบอกทีมว่า "เสร็จแล้ว"

1.เอามือถือไปต่อ WiFi ของ site นั้น
2.หน้าจอควรเด้งมาให้กรอก username/password — กรอกของคนที่ enroll (ตั้งค่า Google Authenticator) ไปแล้ว
3.ต้องเด้งไปหน้าที่ 2 ให้กรอก OTP — เปิดแอป Google Authenticator เอาเลข 6 หลักมากรอก
4.ต้องต่อเน็ตได้เลย
5.ลองอีกรอบด้วย username ที่ยังไม่เคย enroll — ต้องเด้งไปหน้า "ตั้งค่าครั้งแรก" ให้สแกน QR เองอัตโนมัติ ไม่ใช่ค้างที่หน้า login
6

ถ้าเจอปัญหา ทำแบบนี้

3 อาการที่เจอบ่อยที่สุด กับวิธีแก้แบบไม่ต้องเข้าใจสาเหตุลึกๆ

❓ กรอกรหัสผ่านถูกแล้ว แต่วนกลับมาหน้า login เดิมเรื่อยๆ
กลับไปเช็ค Part 3 ขั้น 2 — ช่อง "Force default destination for all clients" ในหน้า Step1 ต้องติ๊กไว้ ถ้ายังไม่ได้ผลให้แจ้ง IT
❓ กรอก OTP ถูกแล้ว แต่ระบบบอกว่าผิด
ไปเช็ค Part 2 ขั้น 6 — Service ชื่อ MFA-OTP-Verify-via-FreeRADIUS ต้องอยู่บนสุด (เหนือ Service เก่าที่ไม่เกี่ยวกับ MFA) ใช้ปุ่ม Reorder ย้ายขึ้น
❓ หน้าจอค้างที่ "Checking..." ไม่ไปไหน
แปลว่ามือถือคุยกับเครื่องแม่ข่าย MFA ไม่ได้ (เครือข่ายบล็อกอยู่) — แจ้ง IT ให้เช็ค walled-garden ที่ Controller (ทำใน Part 4)
📞
ถ้าลองตามนี้แล้วยังไม่หาย อย่าเดาต่อเอง — ก็อปข้อความ error (ถ้ามี) และบอกว่าติดขั้นไหน ส่งให้ IT ดู จะเร็วกว่าลองผิดลองถูกเอง
7

งานประจำวันหลังติดตั้งเสร็จ

🟢 ทำเองได้เลย — ไม่ต้องรอ IT

2 เรื่องที่จะเจอบ่อยที่สุดหลังระบบใช้งานจริง

A

ผู้ใช้ทำมือถือหาย / ลบแอป Authenticator ไปแล้ว

บอกให้เขาเปิดหน้า login ปกติ แล้วมองหาลิงก์เล็กๆ ที่เขียนว่า "Lost your authenticator? Reset it here" ให้กดแล้วกรอกรหัสผ่านตัวเอง ระบบจะให้ตั้งค่าใหม่ทันที ไม่ต้องมีใครช่วย ไม่ต้องมี admin เข้าไปทำอะไรในระบบเลย

B

อยากรู้ว่าใคร login ผ่าน/ไม่ผ่านบ้าง

เข้า ClearPass → เมนูซ้าย Monitoring → Live Monitoring → Access Tracker จะเห็นรายการ login ล่าสุด สีเขียว = ผ่าน สีแดง = ไม่ผ่าน คลิกแถวที่แดงเพื่อดูรายละเอียดว่าติดตรงไหน

เช็คลิสต์รวม

ติ๊กตามลำดับ ระบบจะจำไว้ให้อัตโนมัติในเบราว์เซอร์นี้

0 / 0